ออฟฟิศซินโดรม ภัยเงียบของมนุษย์ทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนที่พบมากในยุคปัจจุบัน

ออฟฟิศซินโดรม

               ออฟฟิศซินโดรม เหล่ามนุษย์ทำงาน มนุษย์เงินเดือน ที่วันทั้งวันต้องนั่งติดโต๊ะหรือนั่งติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา รวมไปถึงกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่จำกัด ต้องนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ เช่น คนขับรถประจำทาง ที่มักไม่ค่อยได้ขยับตัวมากเท่าไหร่นัก โดยกลุ่มคนเหล่านี้มักเสี่ยงกับการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมและปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้นถึงร้อยละ 60 จากเดิมเพียงร้อยละ 50 และในบางประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มจะมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้มากถึงร้อยละ 80 อีกด้วย โดยกลุ่มผู้ป่วยนั้นมักจะมีช่วงอายุตั้งแต่ 18-45ปี

ออฟฟิศซินโดรม1

ออฟฟิศซินโดรม มีอาการแตกต่างกันไป 3 กลุ่มใหญ่ ที่ควรระวัง

  1. กลุ่มที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทการมองเห็น  มักเป็นกลุ่มคนทำงานติดหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ หรือทำงานที่มีมีแสงไม่เพียงพอ ทำให้จอประสาทตาทำงานหนัก
  2. กลุ่มที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ กลุ่มมนุษย์ทำงานที่เสี่ยงมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ มักเป็นกลุ่มที่ทำงานอยู่กับเครื่องพิมพ์ เครื่องปริ้นท์ เครื่องถ่ายเอกสาร
  3. กลุ่มที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อ   เป็นกลุ่มที่พบได้มากที่สุด
ออฟฟิศซินโดรม อาการปวด

โดยโรคออฟฟิศซินโดรมนั้น  ยังส่งผลให้เกิดโรคอื่นที่สามารถแทรกซ้อนตามมาได้ และมักมีอันตรายสูง เช่น โรคเบาหวาน โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  โรคกระดูกสันหลังคด อันเนื่องมาจากอาการปวดหลัง ปวดไหล่ นิ้วล็อค โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคอ้วน โรคซึมเศร้า ซึ่งโรคเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น หากคุณดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี โดยมีวิธีที่สามารถหลีกเลี่ยง หรือลดความเสี่ยงในการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมได้ ดังนี้

ออฟฟิศซินโดรม ท่านั่ง

1. เปลี่ยนท่านั่งบ่อย หากเมื่อจำเป็นต้องนั่งทำงานติดโต๊ะเป็นประจำ ให้พยายามเปลี่ยนท่านั่งทุกๆ 10 นาที หากรู้สึกเมื่อยล้า อาจจะลุกออกจากโต๊ะไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง เพื่อจะได้คลายกล้ามเนื้อไปในตัว อีกทั้งการเปลี่ยนบรรยากาศจากโต๊ะทำงานยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เหมือนรู้สึกได้รีเฟรชร่างกายและสมองควบคู่กันไป

2. ออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นการยืดและคลายของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายไม่ให้รู้สึกยึด ตึง จนเกิดอาการปวดได้ ทำได้เองง่ายๆ หากไม่ค่อยมีเวลาการออกกำลังกายระหว่างพักเบรคตอนทำงานก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับ เช่น หมุนหัวไหล่ แตะสสับซ้ายขวา สลับ-หมุนข้อมือ และนิ้วมือ เป็นต้น ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการพักผ่อนให้เพียงพออีกด้วย

อาการ ออฟฟิศซินโดรม

3. หากอาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการปวดต่อเนื่องกันนานเกิน ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อแพทย์จะได้ประเมินอาการและแนวทางการักษาได้อย่างถูกวิธี หรือการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกายได้อีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตามโรคออฟฟิศซินโดรมนั้น แม้จะดูไม่อันตรายในสายตาคนทั่วไป แต่หากปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่รักษาหรือป้องกันไว้เนิ่นๆ อาจส่งผลเสียถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น แม้เราจะหลีกเลี่ยงงานที่ทำไม่ได้ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนลดพฤติกรรมต่างๆ ที่อาจทำให้เป็นโรคได้

ติดตามเว็บไซต์ธุรกิจความสวยความงาม
ข่าวสารที่น่าสนใจโรคนอนไม่หลับ กับปัญหาสุขภาพที่ควรระวังให้มากที่สุด

Author: Namwarn